OKURA แม่แรงตะเข้
OKURA แม่แรงตะเข้ เป็นเครื่องมือยกรถขนาดกะทัดรัดที่ออกแบบมาเพื่อความคล่องตัวในการใช้งานนอกสถานที่และงานซ่อมบำรุงฉุกเฉิน ตัวโครงสร้างผลิตจากเหล็กกล้าหนาพิเศษที่มีความแข็งแรงทนทานสูง รองรับน้ำหนักได้ดีเยี่ยมด้วยระบบไฮดรอลิกที่นุ่มนวลและปลอดภัย แม่แรงประเภทนี้มักมาพร้อมกับการดีไซน์ตัวเครื่องให้มีขนาดเตี้ย (Low Profile) เพื่อให้สามารถสอดเข้าใต้ท้องรถยนต์รุ่นใหม่ๆ หรือรถแต่งซิ่งที่มีบอดี้โหลดเตี้ยได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังมีน้ำหนักเบากว่าแม่แรงอู่ทั่วไป ช่วยให้ผู้ใช้สามารถจัดเก็บไว้ในท้ายรถหรือพกพาไปใช้งานตามไซต์งานช่างต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบายและมั่นใจในทุกการเดินทาง
ตารางสเป็ค OKURA แม่แรงตะเข้
| รุ่น | OK-2.5SP | OK-3FJ | OK-3 | OK-3SP | OK-3EL | OK-3.5SP | OK-4SL |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ขนาด | 2.5 TON | 3.0 TON | 3.0 TON | 3.0 TON | 3.0 TON | 3.5 TON | 4.0 TON |
| คุณสมบัติพิเศษ | โหลดเตี้ย | – | โหลดเตี้ย | – | โหลดเตี้ย | โหลดเตี้ย | |
| จำนวนลูกสูบ | 1 | 1 | 1 | 2 (15/20) | 2 (15/22) | 2 (15/20) | 2 (15/20) |
| ระยะยกต่ำสุด | 85 MM | 135 MM | 88 MM | 133 MM | 75 MM | 95 MM | 100 MM |
| ระยะยกสูงสุด | 381 MM | 500 MM | 455 MM | 465 MM | 505 MM | 552 MM | 533 MM |
| ขนาดล้อหน้า | 64x32x19 mm | 95x42x19 mm | 60x43x19 mm | 78x46x20 mm | 60x50x20 mm | 82x50x20 mm | 82x50x20 mm |
| น้ำหนัก | 13.2 KG | 39 KG | 35 KG | 33 KG. | 33.5 KG. | 46 KG | 44.0 KG |
จุดเด่น แม่แรงตะเข้
มีระบบกลไกเปิด-ปิดวาล์วให้เลือกตามความถนัด
OKURA ออกแบบระบบควบคุมการใช้งานมาให้เลือกถึง 2 รูปแบบหลักๆ ซึ่งตอบโจทย์ความชอบของช่างแต่ละคนได้เป็นอย่างดี:
-
ระบบยอย (Universal Joint): (เช่น รุ่น OK-3SP, OK-3EL, OK-4SL) เป็นระบบที่ช่างมืออาชีพนิยมมาก เพราะมีความทนทานสูง สามารถหมุนด้ามจับเพื่อปล่อยลมลงได้อย่างนิ่มนวลนิ่งสนิท แม้ในขณะที่ด้ามจับเอียงทำมุมอยู่ก็ตาม
-
ระบบเฟือง (Gear Drive): (เช่น รุ่น OK-3FJ, OK-3) มีความแข็งแรงทนทาน กลไกไม่ซับซ้อน ให้ตัวได้ดีและบำรุงรักษาง่าย
ตัวเลือก “ระบบ 2 ลูกสูบ” (Double Pump) ยกไวทันใจ
- ในหลายๆ รุ่นของ OKURA จะใช้งานระบบปั๊มลูกสูบคู่ ซึ่งช่วยทุ่นแรงและเพิ่มความเร็วในการยกได้อย่างดีเยี่ยม โยกเพียงไม่กี่ครั้งก็สามารถส่งแป้นยกขึ้นไปแตะถึงใต้ท้องรถหรือยกจนลอยได้ระดับที่ต้องการ ช่วยประหยัดเวลาและประหยัดแรงในการทำงานไปได้มาก
ดีไซน์โหลดเตี้ย (Low Profile) สอดเข้าใต้ท้องรถได้ลึก
- จุดเด่นสำคัญของซีรีส์ยอดนิยมจาก OKURA คือระยะยกต่ำสุดที่ทำได้เตี้ยมาก (บางรุ่นเริ่มต้นเพียง 75-85 มิลลิเมตรเท่านั้น เช่น รุ่น OK-3EL หรือ OK-2.5SP) ทำให้สามารถสอดเข้าไปยังจุดยกรถใต้ท้องรถเก๋งทั่วไป รถสปอร์ต หรือรถแต่งซิ่งที่โหลดเตี้ยได้อย่างสบายๆ โดยไม่ชนหรือขูดขีดสเกิร์ตและบอดี้รถครับ
โครงสร้างเหล็กกล้าหนาพิเศษ ทนทานต่องานหนัก (Heavy Duty)
- บอดี้และกลไกส่วนใหญ่ของ OKURA ผลิตจากเหล็กกล้าคัดเกรดหนาพิเศษ ทำให้ตัวเครื่องมีความเหนียว แข็งแกร่ง ไม่บิดงอหรือเสียรูปทรงง่ายเมื่อต้องรับน้ำหนักเต็มพิกัดต่อเนื่องยาวนาน เหมาะสำหรับงานหนักในอู่ซ่อมรถยนต์ที่ต้องยกเข้า-ยกออกตลอดทั้งวัน
สมดุลฐานมั่นคงสูง และเคลื่อนย้ายง่าย
- ตัวฐานถูกออกแบบมาให้กว้างและยาวเป็นพิเศษขนานไปกับพื้นเพื่อกระจายน้ำหนักอย่างสม่ำเสมอ มาพร้อมกับล้อเหล็กหล่อที่ลื่นไหลและแข็งแรง ช่วยให้สามารถเข็นเคลื่อนย้ายและสอดจัดตำแหน่งใต้ท้องรถได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่อการเสียนิ่งหรือล้มพับขณะใช้งาน
ทั้ง7รุ่นแตกต่างกันอย่างไร
OK-2.5SP (ขนาด 2.5 ตัน)
-
จุดเด่น:
-
น้ำหนักเบาที่สุดในกลุ่ม (เพียง 13.2 KG) ทำให้ยกย้าย พกพาติดท้ายรถได้สะดวกมาก
-
เป็นรุ่นโหลดเตี้ย ระยะยกต่ำสุดเริ่มต้นเพียง 85 MM สามารถสอดเข้าใต้รถแต่งหรือรถเก๋งทั่วไปได้ง่าย
-
-
ความเหมาะสมในการใช้งาน:
-
ควรใช้งานที่: บ้าน (Home Garage) สำหรับคนชอบซ่อมรถเอง หรือพกพาติดรถยนต์ไว้ใช้ยามฉุกเฉินนอกสถานที่ ไม่เหมาะสำหรับอู่ที่ต้องยกรถต่อเนื่องทั้งวันเนื่องจากเป็นระบบ 1 ลูกสูบและโครงสร้างเน้นความกะทัดรัด
-
OK-3FJ (ขนาด 3.0 ตัน)
-
จุดเด่น:
-
ใช้ระบบเฟืองเปิด-ปิดวาล์วเช่นกัน แต่จุดเด่นคือระยะยกสูงสุดที่ทำได้สูงถึง 500 MM (50 เซนติเมตร)
-
ระยะยกต่ำสุดค่อนข้างสูง (135 MM) แปลว่าไม่ใช่รุ่นโหลดเตี้ย
-
-
ความเหมาะสมในการใช้งาน:
-
ควรใช้งานที่: อู่ซ่อมรถยนต์ หรือร้านช่วงล่างที่เน้นยกรถกระบะตัวสูง, รถ SUV, หรือรถ PPV (เช่น Fortuner, Vigo, Revo) เนื่องจากรถเหล่านี้มีใต้ท้องสูง และต้องการแม่แรงที่มีระยะยกปลายยอดสูงๆ เพื่อให้ล้อลอยพ้นพื้นครับ
-
OK-3 (ขนาด 3.0 ตัน)
-
จุดเด่น:
-
ใช้ระบบเฟืองในการเปิด-ปิดวาล์ว กลไกไม่ซับซ้อน ทนทาน บำรุงรักษาง่าย
-
เป็นรุ่นโหลดเตี้ย (ระยะยกต่ำสุด 88 MM) ยกได้สูง 455 MM น้ำหนักตัว 35 KG มั่นคงปานกลาง
-
-
ความเหมาะสมในการใช้งาน:
-
ควรใช้งานที่: อู่ซ่อมรถยนต์ทั่วไป, ร้านเปลี่ยนยางขนาดเล็ก หรือช่างซ่อมอิสระ เหมาะกับรถเก๋ง รถกระบะตัวเตี้ย บอดี้ปกติทั่วไป
-
OK-3SP (ขนาด 3.0 ตัน)
-
จุดเด่น:
-
ระบบยอย 2 ลูกสูบ ยกไว ทนทานงานหนัก น้ำหนักตัว 33 KG เคลื่อนย้ายในอู่ได้คล่องตัว
-
ข้อสังเกต: รุ่นนี้ไม่ใช่รุ่นโหลดเตี้ย (ระยะยกต่ำสุด 133 MM) แต่ยกได้สูง 465 MM
-
-
ความเหมาะสมในการใช้งาน:
-
ควรใช้งานที่: อู่ซ่อมรถยนต์ทั่วไป, คาร์แคร์ หรือร้านทำช่วงล่าง เน้นใช้งานกับรถกระบะสแตนดาร์ด รถตู้ หรือรถเก๋งทั่วไปที่ไม่ได้แต่งโหลดเตี้ย
-
OK-3EL (ขนาด 3.0 ตัน)
-
จุดเด่น:
-
เป็นรุ่นยอดนิยมสำหรับรถซิ่ง เพราะเป็นระบบยอย 2 ลูกสูบที่โหลดเตี้ยที่สุดในกลุ่ม (ต่ำสุดเพียง 75 MM)
-
และสามารถยกได้สูงมากถึง 505 MM ครอบคลุมทั้งเตี้ยสุดและสูงชัน
-
-
ความเหมาะสมในการใช้งาน:
-
ควรใช้งานที่: อู่แต่งรถ, อู่ซ่อมรถซิ่ง/รถสปอร์ต, ร้านโช๊คอัพและช่วงล่าง ที่ต้องเจอกับรถเก๋งแต่งซิ่ง โหลดเตี้ย ติดสเกิร์ตรอบคัน รุ่นนี้สอดเข้าใต้ท้องรถได้ลึกและปลอดภัยที่สุดครับ
-
OK-3.5SP (ขนาด 3.5 ตัน)
-
จุดเด่น:
-
ระบบยอย 2 ลูกสูบ ขยายขนาดการรองรับน้ำหนักขึ้นเป็น 3.5 ตัน โครงสร้างใหญ่และหนาขึ้น (น้ำหนักตัว 46 KG)
-
เป็นรุ่นโหลดเตี้ย (เริ่มต้น 95 MM) และยกได้สูงที่สุดในตระกูลถึง 552 MM
-
-
ความเหมาะสมในการใช้งาน:
-
ควรใช้งานที่: อู่ซ่อมรถขนาดใหญ่, ร้านเปลี่ยนยางรถกระบะ/รถตู้, หรืออู่ที่เน้นงาน Heavy Duty รองรับรถที่มีน้ำหนักมาก เช่น รถกระบะบรรทุกหนัก, รถตู้ VIP (เช่น Alphard, Commuter) ยกรถขึ้นสูงเพื่อทำงานใต้ท้องรถได้โล่งและปลอดภัยมาก
-
OK-4SL (ขนาด 4.0 ตัน)
-
จุดเด่น:
-
ทรงพลังที่สุดด้วยกำลังยกถึง 4.0 ตัน ระบบยอย 2 ลูกสูบ โครงสร้างเหล็กหนาแน่นสูงสุด
-
ระยะเริ่มต้น 100 MM ยกสูงสุด 533 MM
-
-
ความเหมาะสมในการใช้งาน:
-
ควรใช้งานที่: อู่ซ่อมรถกระบะดัดแปลง, อู่รถขนส่ง, ศูนย์บริการรถยนต์ขนาดใหญ่ หรือไซส์งานที่ต้องยกโครงสร้าง/ตัวถังรถที่มีน้ำหนักมากเป็นพิเศษ เน้นความปลอดภัยสูงสุดจากโครงสร้างที่แข็งแกร่งและไม่บิดงอง่ายเมื่อเจอแรงกดมหาศาลครับ
-
ข้อแนะนำในการใช้งาน
-
ใช้สามขาตั้งรองรับเสมอ: เมื่อยกรูปทรงรถได้ระดับที่ต้องการแล้ว ต้องใช้ขาตั้งรองรับ (Jack Stands) มารับน้ำหนักแทนทันที ห้ามมุดใต้ท้องรถในขณะที่เหนี่ยวรั้งด้วยระบบไฮดรอลิกของแม่แรงเพียงอย่างเดียว
-
ตั้งบนพื้นผิวที่ราบเรียบและแข็ง: ควรใช้งานแม่แรงบนพื้นปูนเรียบเสมอกัน ห้ามใช้บนพื้นดินนิ่ม ดินทราย หรือพื้นเอียงเด็ดขาด เพราะแม่แรงอาจลื่นไถลหรือทรุดตัวจนเกิดอันตรายได้
-
เช็กจุดยกใต้ท้องรถให้ถูกต้อง: สอดแป้นรับของแม่แรงให้ตรงกับจุดยกรถ (Jacking Points) ตามที่คู่มือรถยนต์กำหนด เพื่อป้องกันไม่ให้แชสซีหรือบอดี้รถเกิดความเสียหายและบุบเบี้ยว
-
หมุนวาล์วปล่อยลมอย่างนุ่มนวล: ในตอนที่ต้องการเอารถลง ให้ค่อยๆ หมุนด้ามจับเพื่อคลายวาล์วไฮดรอลิกช้าๆ เพื่อให้ตัวรถลดระดับลงมาอย่างนิ่มนวลที่สุด ไม่ควรปล่อยพรวดพราด
-
ห้ามยกน้ำหนักเกินพิกัด: ควรเลือกใช้รุ่นที่รองรับน้ำหนักได้เหมาะสมกับตัวรถ (เช่น รถเก๋งใช้ 2.5–3 ตัน, รถกระบะหรือรถตู้ขนส่งใช้ 3.5–4 ตัน) เพื่อป้องกันระบบไฮดรอลิกเสียหาย
-
บำรุงรักษาและเช็กระดับน้ำมัน: ตรวจสอบรอยรั่วซึมของน้ำมันไฮดรอลิกเป็นประจำ หมั่นทำความสะอาดคราบสกปรก และหยอดน้ำมันหล่อลื่นตามข้อต่อหรือล้อเลื่อนเพื่อให้กลไกทำงานได้ลื่นไหลอยู่เสมอ
สนใจติดต่อสอบถามราคาและสต็อกได้ทันที (ขายราคาส่ง ถูกกว่าแน่นอน!)
Phone: 02-629-0274, 062-652-4287, 081-206-7686
ทักแชทเพื่อรับใบเสนอราคา หรือขอคำแนะนำรุ่นที่เหมาะกับงานของคุณ
กรุงเทพฯ และปริมณฑล จัดส่งได้รวดเร็วทันใจ
พิเศษ!! สำหรับเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เรามีบริการจัดส่งด่วนโดยทีมงาน Thai Mega Tools พร้อมดูแลสินค้าให้ถึงมือคุณอย่างรวดเร็ว การันตีของแท้ ราคาถูกที่สุด























